[FIC] Love trance doctor's practice. [Intro-EP.1]
posted on 16 Apr 2009 17:29 by 0-lsailoml-0
Title: [FIC] Love trance doctor's practice. [Intro-EP.1]
Author: ‘๏’lSailoml‘๏’
Paring: เทมโป+จียง
Genre: POV.
Rate: แล้วแต่จะกรุณา ... -3-
Talk :: ฟิคเรื่องนี้เทมโปใส่แว่นนะ ย้ำๆๆๆๆๆๆ ว่าใส่แว่น *แอบมี YBGD ด้วยอ่ะ*
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮือๆ ไม่จริง T____________T”
เสียงดังครวญครางมาจากในห้องนอนของคุณหนูคนเล็กตระกูลควอน ผู้เป็นบุพการีทั้งสองวิ่งจนชุดนอนผ้าแพรปลิวสะบัดมาถึงหน้าประตูก่อนจะค่อยๆบรรจงเคาะอย่างผู้ดี
ป๊อกๆ !!
“จียงลูก ลูกเป็นอะไร”
สิ้นเสียงของมารดา หนุ่มน้อยหน้าหวานปานเทพธิดาเดินอิดโรยมาเปิดประตูห้องนอนราวกับไร้วิญญาณ เขาเดินกลับเข้าไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่เตียงนอนโดยปล่อยบุพการีทั้งสองคนไว้ ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาจับบ่าลูกชายแผ่วเบาก่อนที่จะสังเกตเห็นจอโน๊ตบุ๊คที่เปิดค้างไว้ เขาส่งสัญญาณให้ผู้เป็นแม่เดินไปดูที่โน๊ตบุ๊คนั่น ก่อนที่หล่อนต้องเอามือปล้องปากอย่างตกอกตกใจแบบผู้ดี๊ผู้ดี
“คุณพระช่วย”
“มีอะไร?” ผู้เป็นบิดาถาม “อ่านให้ฉันฟังหน่อยสิ”
หล่อนพยักหน้าหงึกๆสองทีก่อนจะหันไปมองที่จอโน๊ตบุ๊คนั่นอีกครั้ง
“ถึง คุณหมอควอน ทางโรงพยาบาลได้อ่านประวัติการเรียนของคุณแล้ว คุณเป็นคนที่มีความสามารถ ระดับผลการเรียนของคุณถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว อีกทั้งยังมีความสามารถอื่นๆ เราตัดสินใจรับคุณเข้าทำงาน ดังที่กล่าวไว้ในใบรับสมัครว่า ทางโรงพยาบาลของสงวนสิทธ์ในการโยกย้ายคณะแพทย์ไปตามสาขาย่อยต่างๆ ทั้งนี้คุณหมอควอนได้เซ็นยอมรับข้อตกลงนี้เป็นลากลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ทางโรงพยาบาลจึงขอแจ้งให้คุณหมอควอนมาพบกับคณะเเพทย์ที่จะร่วมเดินทางไปเกาะซอนมุลอาทิตย์หน้านี้ “
บุพการีทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะหันไปมองลูกชายคนเล็กของทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่อ่านไม่ออก
ควอน จียง หมอหนุ่มมากความสามารถ วาดฝันชีวิตตัวเองไว้สูงสุด เป็นหมอในเมืองหลวง เก็บสะสมเงิน ขึ้นติดอันดับคนรวยมากที่สุดในเกาหลี ใช้ชีวิตสะดวงสบายหรูหราไฮโซวววในเมืองหลวง มีครอบครัวที่สุดเเสนจะมีความสุข ในเมืองหลวง เที่ยวในเมืองหลวง เขาเกิดในเมืองหลวง และพร้อมที่จะตายในเมืองหลวง การไม่รอบคอบลืมอ่านข้อตกลงของใบสมัครงานทำให้ชีวิตของเขานั้นไม่ตรงตามเป้าหมาย อย่างร้ายแรง !!
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป โรงพยาบาลตัลกี *แหม ชื่อโรงพยาบาล =_=^* โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศเกาหลี ที่รวบรวมของอาจารย์หมอเก่งๆทั่วทุกภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นที่หมายปองของนักเรียนแพทย์จากทุกสถาบันอีกด้วย
ภายใต้กรอบแว่นดำราคาแพง ร่างบางเดินตัวปลิวว่อนเข้าไปในโรงพยาบาล บัตรประจำตัวที่ห้อยคออยู่บ่งบอกถึงสถานะ ไม่น่าแปลกใจที่พยาบาลแปลกหน้าเข้ามาทักทายคุณหมอใหม่อย่างเป็นกันเอง แต่จุดหมายสูงสุดของเจ้าตัวตอนนี้ไม่ใช่การมายืนแจกยิ้มหวานให้พวกพยาบาลอกตู้มพวกนี้หรอกนะ
“เอ่อ...พี่สาวครับ ห้องผู้อำนวยการโรงพยาบาล ไปทางไหนหรอคับ”
เจ้าหล่อนเกือบสิบชีวิตแทบจะหยุดหายใจกับท่าที่น่ารักๆของจียง นิ้วชีอีกเกือบสิบนิ้วอีกนั่นแหละต่างชี้ไปทางเดียวกัน หนุ่มหน้าหวานโค้งตัวน้อยๆก่อนจะหลุดพ้นจากวงจาอุบาทว์ของพี่สาวพยาบาลกลุ่มนั้นมาได้เล่นเอาแทบแย่
ตามทางเดินสีขาวที่ถูกแบ่งซอยเป็นห้อง คุณหมอหนุ่มเดินตามป้ายชื่อที่ไล่ตามลำดับ ผู้บริหาร รองผู้อำนวยการ ....
ผู้อำนวยการ...
มือบางหยุดไว้กลางอากาศขณะที่กำลังคิดทบทวนถึงสิ่งที่ตนกำลังจะทำ สุดท้ายต้องยอมจำนนต่อความคิดข้างใดข้างหนึ่งแล้วออกแรงเคาะลงไปที่บานประตูนั้นอยู่ดี
“เข้ามา”
เสียงโทนสูงอนุญาตกลับมา ร่างบางค่อยๆพาตัวเองเข้ามาในห้องไม้สักทองที่อิมพอร์ทมาจากประเทศไทย
“อ้าว คุณหมอควอน มีอะไรถึงมาหาฉันแต่เช้ากันล่ะ”
“คับ ผอ. คือ ผม...”
“นิๆ คุณหมอ เมื่อกี้เนี่ย ก่อนที่คุณหมอจะมาครู่หนึ่ง แพทย์หญิงทีมเดียวกับคุณหมอเพิ่งมาหาฉันเอง”
“.....คับ”
“เขาน่ะมาขอถอนตัวออกจากคณะแพทย์ของคุณหมอ จากเดิมที่สาม ตอนนี้เลยเหลือแค่สอง ฉันล่ะหนักใจจริงๆเลย”
“...แหะๆ =,,=”
“น่าเกลียดมากๆเลยนะค่ะ คุณหมอว่ามั้ย ทั้งๆที่ฉันก็เขียนทุกอย่างกำกับชัดเจนไว้ในใบสมัครเเล้วเเท้ๆ เฮ้ออออออ .... ว่าแต่ คุณหมอควอนมีเรื่องอะไรหรอค่ะ?”
ร่างบางมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างอึ้ง เขาจะพูดไปได้ยังไงในเมื่อเรื่องที่เขาจะพูดนั้น....
“ไม่มีอะไรมากหรอกคับ ผมแค่อยากพบคณะแพทย์ของผมเร็วๆ เอ่อ...อันที่จริงตอนนี้ก็เหลือแค่ผมกับเขาคนนั้นเพียงสองคนแล้ว เรายังจะเรียกว่าคณะแพทย์อีกได้หรอคับท่านผอ.”
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสาวทำท่าทางฉงน
“ถ้าอย่างนั้น....คุณมีความคิดที่ดีหรอค่ะคุณหมอควอน”
“ไม่มีคับ” ร่างบางส่ายหน้ารัว
“=_=”””
“...........”
“อีกเดี๋ยวก็คงมาแล้วหล่ะ ว่าที่คุณหมอคู่ดูโอว์ของคุณน่ะ เชิญนั่นอ่านหนังสือรอที่โซฟาด้านหลังก่อนก็ได้นะคะคุณหมอควอน”
ผู้อำนวยการกล่าวอย่างใจดีก่อนที่เธอจะก้มลงทำงานบนโต๊ะต่อ จียงลุกออกจากเก้าอี้เดินมานั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ มือบางหยิบหนังสือพิมพ์ตรงหน้าขึ้นมากางอ่านอย่างใจเย็นด้วยน้ำตาที่กำลังไหลพราก T_________T
ก๊อกๆๆๆ
ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผอ.เงยหน้าขึ้นจากเอกสารก่อนจะร้องอนุญาติให้คนหลังบานประตูพาตัวเองเข้ามาในห้อง ชายผิวขาวร่างสัดทัดเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าหลงใหล
“คุณหมอควอน นี่ไงทีมแพทย์ของคุณ คุณหมอทง ยองเบ”
ท่านผอ.ยิ้มอย่างใจดี ก่อนจะแนะนำคนทั้งคู่ให้ทำความรู้จักกัน และเชิญให้ลงไปเดินเล่นข้างล่าง เนื่องจากหล่อนจะต้องออกไปทำธุระ
::สวนสาธารณะข้างโรงพยาบาล::
“ถ้าอย่างนั้น...ก็เหลือแค่ชั้นกับนายสองคนน่ะสิ”
จียงพยักหน้าตอบรับบทสนธนา ก่อนจะหันไปมองดูปลาตัวใหญ่ในบ่อน้ำต่อ
“ดีแล้วหล่ะ ไม่ต้องมีพวกผู้หญิง จุกจิกน่ารำคาญจะตายไป”
ร่างบางมองเพื่อนคนใหม่อย่างมึนๆ ทั้งๆที่เป็นผู้ชายแท้ๆ กลับไม่สนใจใยดีสตรีที่เป็นถึงคุณหมอ หรือว่า...
“นายไม่ชอบผู้ชายหรอยองเบ”
จียงถามขึ้นขำๆ แต่หน้าของยองเบกลับซีดเผือดจนเขาเองก็อดตกใจไม่ได้
“เฮ้ย! ชั้นพูดเล่นน่า หน้าซีดเชียว”
ยองเบหันมามองหน้าจียงอย่างอึ้งๆ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ (??)
“ทีหลังนายอย่าเล่นแบบนี้อีกนะจียง T____T”
“ฮ่าๆ”
“ว่าแต่กินข้าวมาหรือยังล่ะ ไปกินต๊อกโบกีร้านตรงโน้นกันมั้ย” เขาพูด พลางชี้ไปที่ร้านต๊อกโบกีอีกฟากของถนน
“อื้ม...เอาสิ”
ทั้งสองคนเดินตีคู่กันออกไปจากสวนสาธารณะ มิตรภาพกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ และแนบเเน่นขึ้นเรื่อยๆ ใครเล่าจะรู้ว่าต่อจากนี้ไป เขาทั้งคู่ อาจจะเป็นเพื่อนตายกันเลยก็เป็นได้
ไม่กี่วันถัดมา :: สนามบิน ::
“ฮือๆ คุณพ่อ คุณแม่ T______T”
จียงนั่งร้องไห้อยู่บนเครื่องบินขาไป ยองเบมองเพื่อนตัวเล็กของตนอย่างปลงๆ
“หนิ เราไม่ได้ออกไปต่างประเทศนะจียง เลิกร้องไห้ได้เเล้วน่า”
“ช....ชั้นอยากกลับบ้านนนนน !! ~ T________T”
“กลับได้ยังไง นายนึกถึกคนไข้ที่กำลังไม่สบาย รอให้เราสองคนไปรักษาสิจียง”
ร่างบางมองเพื่อนของตนพลางคิดอะไรอยู่ในใจ ในที่สุดจรรยาบรรณของหมอก็ทำให้จียงคิดได้ และยอมนั่งสงบเสงี่ยมตลอดการเดินทาง หลังจากนั่งเรื่องบินมาชั่วโมงเศษและต่อรถประจำทางมาจนถึงท่าเรือ ทั้งคู่แวะกินอาหารทะเลกันก่อนจะออกเดินทางต่อแบบชิวๆ =_=^^ แน่นอน อาหารทะเลสุดหรู ดูจะเป็นเรื่องขี้ผงสำหรับคนทั้งคู่ จากการที่คุยกับระหว่างการเดินทางทำให้จียงรู้ว่าเพื่อนใหม่ของเขาคนนี้คือ 1 ใน 3 ลูกชายตระกูลทง ทายาทเจ้าของกิจการกระเป๋าและเสื้อผ้าเบนเนมรายใหญ่ที่สุดในเกาหลี
กุกๆ กักๆ
กระเป๋าสัมภาระของยองเบสั่นดุ๊กดิ๊กไปมาที่พื้น จียงวางช้อนส้อมเเล้วก้มลงมองมันอย่างถือวิสาสะ
“ท...ทำไมมันดุ๊กดิ๊กได้อ่ะ”
จียงถามพลางชี้ไปที่กระเป๋าเจ้าปัญหาใบนั้น
“นี่มันกระเป๋าหมานะจียง ชั้นนึกว่านายรู้แล้วสะอีก”
“กระเป๋าหมา ??” จียงทำหน้างง
“ก็กระเป๋าเวลาเราจะเคลื่อนย้ายสัตว์ไงเล่า ของสนามบินน่ะ เค้าห้ามนำสัตว์ทุกชนิดเข้าห้องผู้โดยสาร”
ยองเบอธิบายพลางรูดซิบกระเป๋านั้น เเล้วอุ้มลูกหมาตัวเล็กออกมา
“*o*” จียงตาลุกวาวขึ้นในบันดล “ลูกหมา า า า ของนายหรอยองเบ”
ร่างสันทัดพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะลูกหัวเจ้าหมาตัวน้อยเบาๆ
“มันชื่อเจ้าบอสน่ะ ลูกชายชั้นเอง” คุณหมอหนุ่มยิ้มจนตาหยี ส่วนอีกคนตาลุกวาว
::เกาะซอนมุล::
“โหววววววว ทะเลสวย” หนุ่มเมืองหลวงร่างบางวิ่งกระโดดโลดเต้นทันทีที่ถึงเกาะ หาดทรายสีขาวสะอาดไม่มีขยะสักชิ้น น้ำทะเลที่ซัดเข้าฝั่งใสที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา (ความโอเวอร์ไม่เข้าใครออกใคร)
“นี่ๆจียง ที่พักของนายกับชั้นอยู่ริมทะเลด้วยนะ” ร่างบางหันมามองยองเบที่กำลังกางแผนที่
“นาย กับชั้น ??”
“อ๋อ....เค้ามีให้เราคนล่ะหลังน่ะ”
ริมฝีปากบางฉีกยิ้มอีกครั้ง ก่อนที่จะคว้ากระเป๋าสัมภาระทั้งหมดเเล้ววิ่งไปกอดคอเพื่อนร่างเล็กของเขา
“งั้นจะรออยู่ทำไมล่ะเพื่อน ไปกันเลยดีกว่า” จียงคว้าแผนที่ได้ก็โกยแนบไปทันที ทิ้งให้ยองเบยืนอุ้มลูกหมามึนตึบ... มันไปถูกทางหรือปล่าวว่ะนั่น =_=^^
โชคดีที่สิ่งที่ยองเบคิดนั้นไม่ใช่เรื่องจริง ข้างหน้าคุณหมอหนุ่มทั้งสองคนปรากฏบ้านพักใต้ต้นไม้ริมทะเลสี่หลัง และแน่นอน สองในสี่หลังนั่นเป็นของพวกเขา หลังของยองเบนั้นอยู่ติดกับต้นสนขนาดใหญ่ มีโต๊ะม้าหินอ่อนตรงกลางระหว่างบ้านของเขาและของจียง บ้านของจียงนั่นอยู่ใต้ต้นก้ามปู ด้านหลังมีชิงช้าและบ่อปลาคร๊าฟ ร่างบางเดินสำรวจไปรอบบ้านอย่างตื่นเต้น
“ร่มรื่นดีเนอะยองเบ โหวววววววว *0*”
ยองเบหัวเราะในลำคอกับท่าทางซนเหมือนเด็กๆของเพื่อน เขาปล่อยเจ้าบอสลงวิ่งเล่นในบ้านเเล้วเก็บข้าวของของตัวเอง จียงก็เช่นกัน เขารีบยกสำภาระเข้าไปไว้ในห้องนอน เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกมานั่งเล่นตรงม้าหินอ่อนข้างบ้านทันที
“ในแผนที่บอกว่า ในเมืองมีร้านอาหารด้วยนะจียง เราเดินไปกันมั้ย จะได้ไปดูโรงพยาบาลที่เราจะต้องทำงานด้วยไง”
เสียงยองเบตะโกนดังออกมาจากหน้าต่างห้องนอนขณะที่เขากำลังผูกโซ่เข้ากับปลอกคอของเจ้าบอส ชายร่างสันทัดในเสื้อกล้ามกางเกงยีนส์ดูดีอย่างไม่มีที่ติ จียงลอบมองเพื่อนของตนอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากตอบรับ
“อื้ม..ไปสิ เริ่มหิวอีกแล้วเหมือนกัน” ยองเบทำหน้างง “แหม กินเก่งขนาดนี้ ทำไมไม่ยักอ้วนน๊า”
โรงพยาบาลที่ทั้งสองคนย้ายมาประจำอยู่นั้นเป็นโรงพยาบาลเล็กๆซึ่งมีชื่อเดียวกับเกาะ ได้ข่าวว่ามีคุณหมออยู่แค่คนเดียว แล้วก็หมอฝึกหัดอีกไม่กี่คน ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย ทางสำนักงานใหญ่จึงส่งคุณหมอมาเพิ่มอีกสาม ซึ่งตอนนี้เหลือแค่สอง จียงเดินถือพัดสีชมพูดูในหมู่บ้านและตลาด ร่างบางเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนคนเดินตามเป็นลมล้มตึงไปเลยทีเดียว
“จ...จียง แฮ่กๆ หยุดพักก่อน...ได้มั้ย....ชั้นไม่ไหวเเล้ว”
ยองเบหอบตัวโยนหลังจากเดินมาจะเป็นสิบกิโล ส่วนน้องบอสของเราก็ลิ้นห้อยลากเป็นทางยาวไปตามพื้น =,,=
“นั่นไง อีกนิดเดียวก็ถึงร้านอาหารแล้ว แข็งใจอีกนิดนะ”
จียงฉุดเพื่อนตัวเองให้เดินต่อ มือบางพลาดไปโดนบริเวณบ่าของยองเบที่ตอนนี้ชื้นไปด้วยเหงื่อ จียงรีบชักมือกลับทันทีพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นเเรงเเละเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“เป็นอะไรไปล่ะจียง”
“ปะ....ป่าว”
::ร้านอาหาร::
ดวงตาคมกริบเหม่อมองชายสองคนที่อยู่ด้านนอกร้านอาหาร ชายคนหนึ่งรูปร่างบอบบางกำลังหน้าแดงอย่าเห็นได้ชัดระหว่างที่ชากอีกคนกำลังหยอกล้อไปมา รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นเหมือนผู้หญิง ..... ใครกันนะ
“สนใจหรอซึงฮยอน” เสียงหนักเอ่ยถาม ซึงฮยอนละสายตาจากชายนิรนามหน้าร้านเเล้วหันมาสนใจกับเครื่องดื่มต่อ
“ก็...แค่น่ารักดีน่ะคับ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างนอบน้อมกับผู้ที่มีอายุมากกว่า “เป็นเสป็กของใครหลายๆคนน่ะคับพี่ฮงจุน”
“นั่นไง เข้ามานู่นแล้ว” ฮงจุนชี้ไปทางด้านหลังของน้องชาย จียงกับยองเบเดินเข้ามาหาพนักงานต้อนรับเพื่อขอที่นั่ง เหมือนโลกหยุดหมุนขณะที่ซึงฮยอนกำลังมองตามร่างบางที่เดินผ่านหน้าไปนั่งตรงมุมในสุดของร้าน
“กิริยานายเหมือนเจอรักแรกพบเลยนะซึงฮยอน รู้ตัวหรือปล่าว” ร่างสูงตกใจกับคำพูดของฮงจุน มือทั้งสองข้างปิดหน้าตาตัวเองอย่างรับไม่ได้
“อย่าล้อเล่นน่าพี่” เขาบอกด้วยท่าที่รำคาญก่อนที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ เขาเดินผ่านมาทางมุมในสุดเพื่อที่จะลัดไปเข้าห้องน้ำของร้าน และแน่นอนว่าต้องผ่านโต๊ะของจียง เขาพยายามไม่มองและรีบเดินให้เร็วที่สุด จียงกำลังคุยกับยองเบอย่างสนุกสนานจนมือเผลอปัดแก้วน้ำล้มหกไปโดนชายกางเกงของซึงฮยอนเข้าเต็มๆ
“อ่ะ..เฮ้ย!” ร่างสูงเป็นฝ่ายอุทานก่อน หัวใจของเขากำลังเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอกเมื่อสบตากับจียง ร่างบางอุทานเช่นเดียวกันก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเตรียมตัวจะซับน้ำให้ ซึงฮยอนกำลังสับสนและประหม่า ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงได้แต่วางมาดเย็นชาใส่เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้น
“ข...ขอโทษนะคับ เดี๋ยวผมเช็ดให้นะ” จียงพยายามจะเอาผ้าเช็ดหน้าไปซับตรงที่โดนน้ำแต่ซึงฮยอนกลับเบี่ยงหลบความหวังดีของจียง
“อย่ามายุ่งกับชั้น” ขำเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วทิ้งให้จียงฟึดฟัดกับท่าทางหยิ่งจนเกินงามของคนแปลกหน้า
“หึ่ยยย!! มันน่าเจ็บใจน๊ากกกก”
ร่างบางเดินเตะใบไม้แห้งตามทางเดินกลับบ้านพัก ตอนนี้หัวเขากำลังเสียสุดๆ
“ใจเย็นน่าจียง เรื่องมันผ่านมาแล้ว”
ยองเบเดินอุ้มเจ้าบอสตามมาอย่างกลัวๆ “ยังไงซะ นายก็อาจจะไม่ได้เจอหมอนั่นอีก” เขาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“คนหยิ่งอย่างไอ้แว่นนั่นไม่สมควรมีชีวิตอยู่บนโลก!!”
“ =_=^” ทั้งสองเดินมาถึงบ้านก็เกือบจะมืด จียงเข้าไปอาบน้ำใส่ชุดนอนลายหมีพูห์เเล้วออกมารับลมทะเลที่ม้าหินอ่อน อากาศที่นี่ดีกว่ามีโซลมาก บางทีการเปลี่ยนความคิดเดิมๆของเขาอาจจะทำให้อะไรๆมันดีขึ้นก็เป็นได้
กึกๆ
เสียงเปิดประตูบ้านดังมาจากบ้านหลังข้างๆ จียงลุกจากม้าหินอ่อนเดินไปดู หลังไวๆของเจ้าของบ้านเดินหายเข้าไปในความมืดหลังผ้าม่าน คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย นั่นคนหรือผีว่ะ?
และด้วยความอยากรู้อยากเห็น ร่างบางเดินเข้าไปเกาะริมระเบียงเพื่อดูลาดเลา (อยากรู้เรื่องชาวบ้านสุดๆ) ไฟในบ้านค่อยๆสว่างขึ้น เงาหลังผ้าม่านทำเอาเลือดกำเดาเเทบไหล ชายร่างสมส่วนกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าและนุ่งผ้าเช็ดตัวเตรียมที่จะไปอาบน้ำ แต่กระนั้น เขากลับแหวกม่านออกมาอย่างกระทันหัน
“เฮ้ยยย!! ~”
จียงตกใจหงายหลังลงไปบนพื้นทราย เบื้อหน้าคือชายหนุ่มที่ร้านอาหารเมื่อตอนเย็น... !!
“น่ะ....นายหยิ่ง”
ซึงฮยอนเองก็ตกใจเช่นกันที่จียงมาอยู่แถวๆนี้ ต่อมตาในร่างกายกำลังรวนได้ที่ ทำให้เขาต้องวางมาดแบบเดิมเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่กำลังบ้าคลั่งภายใน
“....โรคจิตรหรอ มาแอบดูคนอื่นเค้าเปลี่ยนเสื้อผ้า.”
มิหนำซ้ำ...
ปัง!!!
ซึงฮยอนยังกระเเทกประตูปิดลงใส่หน้าจียงอีกด้วย ร่างบางทำปากพงาบๆอยู่ที่พื้นทราย อยากจะด่ามันนักเชียว....แต่ไม่ทัน =_=
..................
..........
.....
...
..
.
“เนี่ย ยองเบ มันอยู่บ้านข้างๆพวกเราด้วยนะ” จียงกลับมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ยองเบฟังผ่านประตูห้องน้ำขณะที่ยองเบกำลังอาบน้ำอยู่ “ช้นล่ะอยากจะหาอะไรไปปาหัวมัน หมั่นไส้จริงๆเลย ไม่รู้อะไรนักหนา”
แกร๊ก !! ~
เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น ยองเบเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่นุ่งซะโหลดไปถึงไหนต่อไหน จียงหันหน้าลบแทบไม่ทันขณะที่ยองเบได้แต่งงๆกับกิริยาของร่างบาง
“เป็นอะไรจียง”
“น...นาย ใส่เสื้อผ้าซะ!”
“อะไรเล่า ผู้ชายด้วยกันนะ”
ยองเบพูดอย่างไม่คิดอะไรพลางเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
“น...นายไม่อายหรอ”
“ไม่หรอก มีเหมือนๆกันน่า”
จียงทำใจดีสู้หนอนชาเขียว (??) หันขวับไปทางที่ยองเบยืนอยู่เพื่อที่จะพูดคุยต่อ
ผ่าง !! ~
“เย้ย!!! หันมาทำไมตอนนี้เล่า ชั้นนึกว่านายจะไม่มองแล้วซะอีก”
“TOT ยองเบ .... อุ๊แม่จ้าว ว ว ว”
TBC....